เผยเกมหมากนายกฯ จีนฟื้นสัมพันธ์ญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นประเมินนายกรัฐมนตรีจีนกระชับสัมพันธ์ญี่ปุ่น เพื่อหวังผลทางเศรษฐกิจในแดนมังกร ขับเคลื่อนนโยบาย “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” และปลดชนวนความวุ่นวายบนคาบสมุทรเกาหลี

นายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียง ของจีน อยู่ในระหว่างเดินทางเยือนญี่ปุ่นระยะเวลา 4 วันตั้งแต่วันอังคารที่ 8 พฤษภาคม เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอด 3 ฝ่าย ญี่ปุ่น จีน และเกาหลีใต้ การเดินทางครั้งนี้จะเป็นการเดินทางเยือนญี่ปุ่นครั้งแรกของนายหลี่ เค่อเฉียงนับจากที่เข้าดำรงตำแหน่ง และเป็นการเยือนญี่ปุ่นของนายกฯ จีนในรอบ 7 ปี

สื่อมวลชนญี่ปุ่นเห็นว่านายหลี่เค่อเฉียงเป็นคนที่เหมาะที่สุดในการฟื้นฟูความสัมพันธ์กับญี่ปุ่น เพราะนายหลี่เค่อเฉียงเคยเป็นผู้นำคณะยุวชนจีนเดินทางมาญี่ปุ่นถึง4 ครั้งในระหว่างปี 1985 ถึง1992 โดยเคยมาทั้งโตเกียวและหลายภูมิภาคของญี่ปุ่น เขาถือเป็นหนึ่งในผู้นำของจีนที่เข้าใจญี่ปุ่นเป็นอย่างดี และพยายามผลักดันสัมพันธ์ที่ดีกับญี่ปุ่นมาตลอด ฝ่ายญี่ปุ่นจึงคาดหวังการเยือนของนายหลี่เค่อเฉียงมานานแล้ว
นักวิเคราะห์ในญี่ปุ่นมองว่า นายกฯ จีนต้องการฟื้นฟูความสัมพันธ์กับญี่ปุ่นเพื่อมุ่งความร่วมมือทางเศรษฐกิจ โดยหลังจากการประชุมใหญ่ของสภาประชาชนจีน การเมืองภายในและการจัดวางบุคคลในตำแหน่งต่างๆ นิ่งแล้ว จึงถึงเวลาที่จะบริหารเรื่อง “นอกบ้าน”

ในบทความของนายหลี่เค่อเฉียงที่ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ “อาซาฮี ชิมบุน” เน้นเรื่องความร่วมมือทางเศรษฐกิจอย่างชัดเจน โดยละเว้นที่จะพูดถึงเรื่องการสักการะศาลเจ้ายาสุกุนิหรือเกาะเตี้ยวอวี๋ ซึ่งแสดงถึงการยุติข้อบาดหมางระหว่างกันและเดินหน้าสู่สัมพันธ์ที่ดี

ถึงแม้ว่าเศรษฐกิจจีนจะยังคงแข็งแกร่ง แต่การเติบโตช้าลงอย่างมาก และยังมีข้อพิพาททางการค้ากับสหรัฐ ขณะที่รายได้ของประชาชนจีนยังอยู่ในระดับปานกลาง การเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจจึงจำเป็นต้องมีสภาพแวดล้อมที่นิ่ง รวมทั้งเรียนรู้แลกเปลี่ยนเทคโนโลยี และสร้างความร่วมมือกับเพื่อนบ้าน

ถึงแม้ว่าในทางยุทธศาสตร์ ญี่ปุ่นและจีนจะเป็นคู่แข่งกันในหลายเรื่อง นายกฯ อะเบะก็พยายามกระชับสัมพันธ์กับอินเดียและประเทศเอเชียแปซิฟิกเพื่อคานอิทธิพลจีน แต่คราวนี้ฝ่ายจีนกลับไม่วิพากษ์วิจารณ์โดยตรง และยังระบุว่าหวังให้ญี่ปุ่นมีส่วนร่วมในนโยบาย “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” ของจีน โดยญี่ปุ่นและจีนจะสนับสนุนซึ่งกันและกันในเรื่องเทคโนโลยี, การปฏิรูปการผลิต, อุตสาหกรรมไฮเทค, การอนุรักษ์พลังงาน, สิ่งแวดล้อม, การเงินการคลัง, สวัสดิการสังคมและการรักษาพยาบาล รวมถึงความร่วมมือในประเทศที่สาม

ขอบคุณข่าวที่มีประโยชน์ และติดตามข่าวฉบับเต็มได้ที่ ผู้จัดการออนไลน์