ความดันโลหิตสูง อันตรายไม่รู้ตัว

“ความดันโลหิตสูง” ไม่ใช่แค่โรคพื้นๆ หรือเป็นกันเงียบๆ ในทางกลับกัน ผศ.นพ.สมเกียรติ แสงวัฒนาโรจน์ หัวหน้าสาขาวิชาโรคหัวใจและหลอดเลือด ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยืนยันว่ามันคือภัยเงียบและเป็นโรคตั้งต้นของโรครุนแรงถึงแก่ชีวิตหรืออัมพฤกษ์ อัมพาตโดยที่เจ้าตัวยังไม่ทันได้ระวังอะไรเลย
ทั้งนี้ โรคร้ายแรงที่ตั้งต้นมาจากความดันโลหิตสูง อาทิ “หลอดเลือดหัวใจตีบ” “กล้ามเนื้อหัวใจตาย” ซึ่งทำให้เสียชีวิตได้ทันที อัมพฤกษ์ อัมพาต ไม่ว่าจะเกิดจาก “หลอดเลือดสมองแตก” หรือ “ตีบตัน” “หัวใจล้มเหลว” เพราะเมื่อความดันสูงมาก ๆ หัวใจทำงานไม่ไหว เหนื่อยและล้มเหลว
ข้อมูลใหม่ๆ พบว่าทำให้เป็น “โรคไต” ความดันสูงที่กระแทกกรวยไตบ่อย ๆ นั้นจะทำให้ไข่ขาวรั่วออกมาในน้ำปัสสาวะ การที่ไข่ขาวรั่วออกมาเยอะก็จะทำให้กรวยไตเสีย และเสื่อมลงเรื่อย ๆ ถึงจุดหนึ่งก็ต้องล้างไต รวมถึงทำให้เกิดโรค “อัลไซเมอร์” ถ้าความดันสูงนานๆ 30-40 ปี โอกาสเป็น อัลไซเมอร์สูง ถ้าคนไทยเป็นโรคความดันสูงเยอะก็มีโอกาสเป็นโรคเหล่านี้สูงขึ้นด้วย
“กระทรวงสาธารณสุขจะมีการสำรวจสุขภาพคนไทยทั่วประเทศทุก ๆ 5 ปี ซึ่งจากการสำรวจครั้งล่าสุดปี 2557 พบว่าอัตราการป่วยโรคความดันโลหิตสูงในประชากรไทยที่อายุมากกว่า 15 ปี ขึ้นไป อยู่ที่ 24.7% เพิ่มขึ้นจากปี 2552 ซึ่งมีอัตราป่วยอยู่ที่ 20% เท่ากับว่าในช่วง 5 ปี คนไทยเป็นโรคความดันโลหิตสูง 4% กว่า ๆ ซึ่งจำนวนประชากรถ้าตัดแค่ยอด 50 ล้านคน เท่ากับว่ามีผู้ป่วยอยู่จำนวนหลายล้านคน”

ผศ.นพ.สมเกียรติ ระบุว่า โรคความดันโลหิตสูงเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น กินอาหารจำพวกแป้ง ไขมัน น้ำตาล มากเกินไปจนสะสมทำให้น้ำหนักตัวเพิ่ม ถ้าเป็นอาหารรสหวานมากเกินไปตับอ่อนก็ทำงานหนักจนไม่สามารถเอาน้ำตาลไปใช้ได้ เกิดโรคเบาหวานตามมา และการกินอาหารรสเค็มจัด โซเดียมสูงที่มี ใน น้ำปลา กะปิ ผงชูรส เครื่องปรุงรสสำเร็จรูปทั้งหลายนั้น พบว่าสูงมาก ไตขับออกไม่ทันก็เป็นโรคไต นอก จากนี้ยังเป็นผลมาจากความเครียด ทำงานหนัก รวมถึงพวกเก็บกดความโกรธ
ทั้งนี้ คนทั่วไปมีโอกาสเกิดภาวะความดันโลหิตสูงได้เมื่อมีอาการเหนื่อย หอบ แต่สักพักก็กลับเป็นปกติ แต่กรณีที่นับว่าเป็นโรคนั้นจะต้องมีความดันโลหิตสูงส่วนบนเกิน 140 ส่วนล่างเกิน 90 และเป็นต่อเนื่องอย่างน้อย 2 สัปดาห์ และตรวจวัดอย่างน้อย 2-3 ครั้งแล้วยังไม่ลด ซึ่งปัจจุบันอายุ 20-30 ปี ก็เริ่มเป็นโรคนี้แล้ว และจะมีความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้นเมื่ออายุ เพิ่มขึ้น ยิ่งผู้สูงอายุอายุ 60 ปีขึ้นไปนั้นพบว่ากว่า 50% เป็นความดันโลหิตสูงแล้ว ดังนั้นคนเราควรตรวจความดันโลหิตอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งในบางประเทศเห็นความสำคัญถึงขนาดมีอุปกรณ์ตรวจวัดที่ร้านสะดวกซื้อ
เนื่องจากความดันโลหิตสูงเป็นโรคที่เกิดจากพฤติกรรม การใช้ชีวิต ดังนั้น ผศ.นพ.สมเกียรติ จึงได้ฝากข้อคิดในการ ใช้ชีวิตว่าให้ “ใส่ใจ 3 อ.” คือ อ.กินอาหารมีประโยชน์ย่อยง่าย กินแค่พอหายหิว อ.ออกกำลังกาย ลดเวลานั่ง เพิ่มเวลายืน ยืดเวลาเดิน ไม่เพลินนั่งกินนอนกิน หากไม่ทำก็ไม่สำเร็จ และ อ.ออกกำลังใจ คือหายใจช้าลง “บอกลา 2 ส.” คือ ส.ไม่สูบบุหรี่ และไม่ดื่มสุรา รวมถึงสูตร “นคร.” หรือเช็กน้ำหนัก ความสูงรอบเอว และสูตร “สวย.” คือ ส.สติ ว.วางเฉย อย่าฟุ้งซ่าน ย.เย็นใจ ถ้าสิ่งเหล่านี้ทำเป็นประจำสุขภาพจะดีขึ้น ๆ แบบที่สามารถประเมินได้ด้วยตัวเอง
/ขอบคุณ สสส